เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายน 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 5 สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) ได้มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) เรื่อง “การพลิกโฉมคุณภาพการศึกษาไทยด้วยการพัฒนานวัตกรรมครูสู่นวัตกรรมผู้เรียน” ระหว่าง เครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) พิธีดังกล่าวมีผู้บริหารระดับสูงร่วมลงนามและเป็นสักขีพยาน ได้แก่ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.), นายไพศาล โรจน์สราญรมย์ รองประธานกรรมการบริหาร พว., นายอับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ นายมะสุรี ซีเดะ นายกสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดนราธิวาส ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางโจทย์ใหญ่ด้านคุณภาพการศึกษาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จากสถิติรายงานผลการประเมินนักเรียนชั้น ม.1-3 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) พื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส, สตูล และสงขลา) จำนวน 256 แห่ง รวม 755 ห้องเรียน มีนักเรียนในระบบ 62,208 คน
เมื่อพิจารณาข้อมูลความสามารถด้านการรู้เรื่องการอ่าน จากจำนวนนักเรียนปกติที่เข้าสอบ 60,400 คน พบผลการประเมินดังนี้ ระดับดีมาก: 14,476 คน ระดับดี: 24,643 คน ระดับพอใช้: 17,416 คน ระดับปรับปรุง: 3,916 คน
ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า มีกลุ่มนักเรียนในระดับพอใช้และปรับปรุงรวมกันสูงถึง 21,332 คน ที่จำเป็นต้องได้รับการยกระดับศักยภาพอย่างเร่งด่วน โดยอาศัยการปรับเปลี่ยนกระบวนการเรียนการสอนจากรูปแบบเดิม (Passive Learning) ไปสู่ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูง GPAS 5 Steps
ที่ผ่านมา ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. ได้ร่วมขับเคลื่อนกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับสมาคมสื่อมวลชนเพื่อพัฒนาชายแดนภาคใต้ (JSD-South) ทั้งการส่งเสริมกีฬากับเยาวชนใน อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส การเลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า รวมถึงการอุดหนุนจัดซื้อทุเรียนจากชาวสวนเพื่อแก้ปัญหาราคาตกต่ำและนำไปมอบให้เด็กกำพร้าในพื้นที่
ด้าน นายอับดุลฮาฟิซ หิเล ประธานเครือข่ายโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ว่า แม้การจัดซื้อหนังสือเรียนจาก พว. จะเป็นเรื่องปกติของโรงเรียนในพื้นที่อยู่แล้ว แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อทีมการตลาดส่วนกลางของ พว. ลงพื้นที่หารือร่วมกับคณะกรรมการเครือข่ายและสมาคมฯ ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อวางแนวทางพัฒนาครูและงานวิชาการร่วมกันอย่างจริงจัง
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนงานในระยะต่อไป ประกอบด้วย 3 สาระสำคัญ ได้แก่ การนำเทคโนโลยีและ AI มาประยุกต์ใช้: ส่งเสริมครูผู้สอนทั้ง 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ให้ใช้งานแอปพลิเคชัน “PW Plus” ซึ่งเป็นคลังสื่อดิจิทัลและระบบจัดการเรียนรู้ที่ครอบคลุมหลักสูตร คู่มือการสอน สื่อที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดกระบวนการเรียนรู้
โครงการนำร่องอบรมครู 2,500 คน: กำหนดจัดอบรมในพื้นที่ 5 จังหวัด (สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส) จังหวัดละ 500 คน เพื่อสร้างความเข้าใจในการนำ PW Plus ไปประยุกต์ใช้ในห้องเรียนจริง
การขยายผลตามขนาดโรงเรียน: สำหรับโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีครู 300-500 คน ทาง พว. จะส่งทีมวิทยากรเข้าอบรมให้ถึงพื้นที่เป็นรายโรงเรียน ส่วนโรงเรียนขนาดเล็กจะใช้รูปแบบจับกลุ่มรวมกันเพื่อเข้ารับการพัฒนา
“พว. มีความพร้อมที่จะเข้ามาช่วยพัฒนาโรงเรียนเอกชนแทนภาครัฐ ซึ่งการขอสนับสนุนงบประมาณหรือกระบวนการจากภาครัฐในบางครั้งต้องใช้เวลานาน แต่การร่วมมือกับเอกชนจะมีความรวดเร็ว ตัดสินใจแล้วสามารถดำเนินการได้ทันที” นายอับดุลฮาฟิซ กล่าว